รีไฟแนนซ์บ้าน

เลือกจำนวนเงินและระยะเวลาของเงินกู้

บาท
เดือน
วิธีการรับ
สมัครกับแหล่งเงินด่วน
ไม่กำหนด - บาท
จำนวนสูงสุด
ถึง ไม่กำหนด%
ร้อยละ
40 ปี
ระยะเวลา
1000000 - บาท
จำนวนสูงสุด
ถึง 3.78%
ร้อยละ
30 ปี
ระยะเวลา
8000000 - บาท
จำนวนสูงสุด
ถึง 6.50%
ร้อยละ
15 ปี
ระยะเวลา
3000000 - บาท
จำนวนสูงสุด
ถึง MRR + 1.00%
ร้อยละ
40 ปี
ระยะเวลา
2000000 - บาท
จำนวนสูงสุด
ถึง 13.5%
ร้อยละ
40 ปี
ระยะเวลา

รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร?

การีไฟแนนซ์บ้านหรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านคือ การชำระเงินกู้บ้านที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดด้วยเงินกู้ใหม่ หรือจะอธิบายเป็นคำพูดง่าย ๆ คือ “เปลี่ยนเจ้าหนี้ใหม่” นั่นเอง  โดยยังใช้สินทรัพย์ชิ้นเดิมเป็นหลักประกันผ่านการการขอกู้เงินจากธนาคารใหม่เพื่อนำไปปลดภาระเงินกู้เก่าที่ค้างชำระอยู่ ยกตัวอย่างเช่น refinance ในกรณีที่เราผ่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ซึ่งดอกเบี้ยของหนี้ก้อนเดิมที่มีสูงเกินไป หรือต้องจ่ายเงินงวดต่อเดือนสูง  ดังนั้น การรีไฟแนนซ์ดังกล่าว เราอาจจะต้องการได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง พร้อมทั้งค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนลดลง   ซึ่งจะขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมที่เป็นเจ้าหนี้เรา หรือธนาคารใหม่ก็ได้ เพิ่มเติมสำหรับการย้ายไฟแนนซ์รถยนต์ก็มีความหมายเช่นนี้

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยรีไฟแนนซ์บ้านอาจจะกำลังคิดอยู่ว่ารีไฟแนนซ์บ้าน 2564 กับธนาคารไหนดี (รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี) หรือรีไฟแนนซ์บ้านที่ไหนดี โดยในส่วนนี้ เราอาจลองทำการบ้านด้วยการหาข้อมูลในแต่ละที่แล้วนำมาเปรียบเทียบกันว่า refinanceที่ไหนจะได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด 

ข้อดีข้อเสียของการรีไฟแนนซ์บ้าน

เหรียญมีสองด้านเช่นใด วิธีรีไฟแนนซ์บ้านก็ย่อมมีข้อดีข้อเสียปะปนกันเช่นนั้น แต่เอาจริงๆ ก็ดีกว่าสินเชื่อนอกระบบแน่นอน ก่อนทราเราจะตัดสินใจกู้เงินและทราบถึงขั้นตอนรีไฟแนนซ์บ้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ข้อดีข้อเสียของการรีไฟแนนซ์เสียก่อน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ประกอบการตัดสินใจก่อนลงมือกู้ ทั้งยังป้องกันความเสี่ยงอีกด้วย

โดยทั่วไปแล้วข้อดีของการรีไฟแนนซ์ (refinance) คือ อัตราดอกเบี้ยเงินด่วนฉุกเฉินใหม่ที่ถูกกว่า ส่งผลให้ดอกเบี้ยถูกลงกว่าเดิม อีกทั้งบางกรณีอาจได้วงเงินกู้มากขึ้นกว่ายอดคงค้างเดิมอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว การรีไฟแนนซ์บ้านยังช่วยลดภาระหนี้ เสริมสภาพคล่องให้กับเงินของเรามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือนลดลง และยังได้เงินส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ทำให้มีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็น หรือเอาเงินที่ได้ไปใช้กับรายจ่ายที่จำเป็นได้อีกด้วย ในส่วนของข้อเสีย คือ อาจจะมีระยะเวลาผ่อนชำระนานขึ้น อีกทั้งยังเสียค่าบริการรีไฟแนนซ์ใหม่ เสียค่าใช้จ่ายจิปาถะในการดำเนินการ เสียเวลา และอาจต้องเสียค่าปรับหากมีการไถ่ถอนก่อนกำหนด 

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์บ้าน

ใครที่ต้องการหรือกำลังรีไฟแนนซ์บ้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ (refinance) ที่เราควรรู้ไว้เพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ได้แก่ ค่าปรับการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดตามสัญญาที่มีอยู่ราวประมาณ 2-3% ของวงเงินกู้ / ค่าจัดการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ ประมาณ 0-1% ของวงเงินกู้ใหม่ (จ่ายให้กับผู้ให้กู้ใหม่) / ค่าธรรมเนียมในการจำนองราว ๆ 1% ของราคาประเมิน (ไม่เกิน 2 แสนบาท) โดยจ่ายให้กับกรมที่ดิน และไม่ต้องจ่ายถ้ารีไฟแนนซ์กับแหล่งไฟแนนซ์เดิมเดิม) / ค่าประเมินราคาหลักประกัน ประมาณ 2500 บาท หรือ0.25% ของราคาประเมิน / ค่าทำประกันอัคคีภัยราว 2000 บาทสำหรับบ้านมูลค่า 1 ล้านบาท โดยจะจ่ายให้กับผู้ให้กู้ใหม่ และค่าอากรแสตมป์ราว ๆ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่ โดยสามารถจ่ายผ่านศูนย์บริการ ผ่านเว็บไซต์ และแอพการเงินได้!